ผู้เขียน หัวข้อ: ขบวนอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มโกวเนี้ยจากภาคใต้  (อ่าน 269 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้








วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 ไปทำธุระที่คลองถม 11.30 น.ออกจากบ้านนั่งรถมาถึงท่าพระจันทร์เดินเล่นที่ท่าพระจันทร์ ท่าช้าง ท่ามหาราช เลือกซื้อของนิดหน่อยแล้วต่อรถมาที่ถนน เจริญกรุง เดินไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อนมากนักมาถึงคลองถมเหนื่อยก็แวะพักกินก๋วยเตี๋ยวที่คลองถมแล้วเดินทะลุไปถนนพลับพลาไชย ประมาณ 16.00 น.แวะพัก

ที่ศาล ไต้ฮงกง สมัสการ อากง เห็น อาซิ้ม อาอึ้ม ใส่ชุดขาวในใจคิดว่าวันนี้ต้องมีอะไรพิเศษแน่ ๆ มาถึงบาง

อ้อก็ต่อเมื่อเจ้าที่ในศาลประกาศว่า ขบวนอัญเชิญเจ้า แม่ลิ้มกอเนี้ย มาถึงอ้อมน้อยแล้วในใจคิดว่าจะอยู่ได้ถึงขบวนอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเนี้ยมาถึงหรือเปล่า ? น๊าเพราะว่าต้องรีบกลับบ้านกลัวไม่มีรถกลับบ้านก็คิดไปเดินไปเรื่อย ๆ เดินไปถ่ายภาพไปจนถึง มูลนิธิเทียนฟ้า กราบนมัสการ พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์แล้วก็นั่งพักสักครู่เห็นมีขบวนรถ ของมูลนิธิ ปอเต็กตึ้ง รอรับเจ้าแม่ลิ้มกอเนี้ย และได้ยินอีกว่า ขบวนเจ้าแม่ มาถึงย่านสะพานขาว ยมราชแล้ว ก่อนหน้านี้ไปเดินคลองถมอยู่พักใหญ่ นั่งพักที่ศาล พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ ได้ไม่นานขบวนรถเจ้าแม่ก็มา

ถึง เราก็เลยรีบหยิบกล้องขึ้นเตรียมตัวเต็มทีได้ภาพมา 4 - 5 ภาพเห็นจะได้มีการจุดประทัดต้อนรับเจ้าแม่ด้วยเสียงประทัดดังมากและมีสะเก็ดประทัดมาโดนที่ขาด้วยรู้สึกเจ็บ ๆ อะไรกันว่ะแต่ขณะนั้นก็ไม่คิดถึงชีวิตตัวเองแล้วขอให้ได้ภาพงาม ๆ เถอะจะตายก็ยอมว่ะ ขณะนั้น 5 โมงเย็นแล้วเห็นรถเมล์มาจึงตัดใจกระโดดขึ้นรถเดินทางกลับบ้านถึงบ้านเอา 19.00 น.กลับมาถึงบ้านล้างเท้าเสร็จก็รีบดูภาพที่ถ่ายมาได้มีตอนจุดประทัดควันโขมง นึกอยู่ในใจเวลาอยากได้ภาพงาม ๆ ไม่คำนึงถึงชีวิตเลย เอ้า...พับผ่าซิถ้าสมมุติประทัดเป็นระเบิดป่านนี้เน่าไปนานแล้วแต่นี่เป็นประทัด ได้ภาพมาโพสให้ดู 2 ภาพก่อนน่ะภาพที่ถ่ายมายอมแลกด้วยชีวิตเชียวน่ะ

หมายเหตุ.....ถ้าไม่รีบกลับบ้านคงได้ภาพมามากว่านี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไว้จะเอาภาพให้ดูวันหลังน่ะคนอื่นเขาคงได้ภาพเยอะกว่าผมครับ



หัวข้อธรรม


มีชาติเกิดขึ้นขณะใด สามารถพิจารณาได้เลยว่า ย่อมนำมาซึ่งชรา พยาธิ และ มรณะอย่างแน่นอน บุคคลที่เกิดมาแล้ว หรือวัตถุสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เกิดมาแล้ว ที่จะไม่เก่าคร่ำคร่า ไม่ชราลง ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และในที่สุดก็จะต้องแตกสลายไปเป็นธรรมดา ผู้มีปัญญาย่อมรักษาจิตให้สม่ำเสมอ คือ เป็นกุศล ไม่เดือดร้อนกับเสียงคำครหา หรือคำกล่าวร้าย

สละวัตถุสิ่งของให้ทาน สละความโกรธความขุ่นเคืองใจในผู้อื่น มีความอดทนทุกอย่างที่จะบำเพ็ญความดีทุกอย่าง นี้แหละ เป็นการเติมความดีอยู่ เรื่อย ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม 2017 11:32 PM โดย wusong »



 

SMFJUSTHOST โฮสต์ดีดี ที่นี่เราบริการด้วยใจ
Powered by lotus96